[Fic] Kidding Boy (YJ+YS) Intro

posted on 31 Jul 2010 23:02 by akiannyong  in TVfXQ

 

 

 

 

Title       :      Kidding boy
Couple  :              YunJae + YooSu
Rating  :              PG-13
 Intro: 

บนระเบียงทางเดินซึ่งทอดยาวตลอดตัวอาคารหรูสูงเกือบร้อยชั้น ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทสุดเท่ผู้ซึ่งผละจากห้องประชุมทั้งๆที่เพิ่งจะเริ่มบรรยายเพียงไม่กี่นาทีเพื่อวิ่งออกมายังลิฟต์ 

 

ใบหน้าหล่อเหลาที่แสนเย็นชาบัดนี้ดูร้อนรน คิ้วเข้มๆขมวดชิดติดกันจนเกิดเป็นรอยบุ๋ม ฝ่ามือกว้างยกขึ้นลูบริมฝีปากเรียวเล็กดูมีเสน่ห์ขณะที่เจ้าตัวเริ่มสบถเสียงดัง 

 

บ้าเอ๊ยยยย!!!” ยากนักที่จะได้เห็นชายหนุ่มผู้นี้แสดงอารมณ์เกี้ยวกราดออกมาให้เห็นถ้าหากไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ท่าทางซึ่งทำให้เลขาคิมผู้ติดตามได้แต่ก้มหน้าเพียงรับฟังโดยไม่ขอออกความเห็น  

 

ท่านรองประธานเป็นคนสุขุมในเวลาทำงาน หากแต่ข่าวร้ายที่ได้รับทำให้อารมณ์เยือกเย็นดุจน้ำแข็งต้องพังทลายเพียงชั่วเวลาสั้นๆ การประชุมระดับผู้บริหารวีไอพีเป็นอันต้องถูกระงับด้วยธุระที่ต้องรีบไปทำนั้นสำคัญกว่า 

 

ออกรถ!!” คำสั่ง...ที่ทำให้ยานพาหนะคันหรูระดับเปอร์เช่พุ่งทะยานจากที่จอดมุ่งตรงไปยังสถานที่เป้าหมาย...โรงพยาบาลคัมมินซก...คิม จุนซูรู้ดีว่าเหตุผลที่ท่านผู้บริหารหนุ่มคนหล่อของเขาต้องรีบไปด้วยเหตุผลอะไร ถ้าไม่ใช่!! สุขภาพท่านประธานใหญ่คิม จึนซบทรุดลงอย่างหนักโดยไม่คาดคิด ถึงแม้ตัวรถจะแล่นมาถึงโรงพยาบาลแล้วก็ตาม  แต่ท่านรองประธานก็ไม่คิดที่จะให้ยานพาหนะที่ตนนั่งอยู่ได้ทันจอดสนิทดี

ร่างสูงโปร่งจัดการเปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างไม่รีรอ คิม จุนซู...เลขาคนสนิทจำต้องวิ่งตามทั้งๆที่ช่วงขานั้นสั้นกว่า ไม่นานร่างสูงก็วิ่งหายไป...จากสายตาของเขา

เหลือเพียงความว่างเปล่าบนระเบียงทางเดินของโรงพยาบาลหรูที่ซึ่งเป็นที่พำนักรักษาตัวของท่านประธานใหญ่ผู้เปรียบเสมือนบิดาคนที่สองของท่านรองประธานชอง ยุนโฮเจ้านายของเขา ผู้บริหารหนุ่มหล่อไฟแรงผู้เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของท่านประธานใหญ่ ทั้งๆที่ไม่ใช่ลูกในไส้  อาจเป็นเพราะเด็กหนุ่มผู้นี้มีพรสวรรค์และมากความสามารถ  

 

คิม จุนซูไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับครอบครัวของเจ้านายของเขามาก เขารู้แต่เพียงว่าคุณยุนเป็นเด็กกำพร้าซึ่งท่านประธานรู้สึกเอ็นดูและส่งเสียให้ร่ำเรียนจนกระทั่งเข้ามาช่วยบริหารงานโรงแรมจนกระทั่งมีชื่อเสียงมาถึงปัจจุบัน

คุณยุนรักและเคารพท่านประธานมาก ขนาดหลังเลิกงานแม้ดึกดื่นมากแค่ไหนแต่เจ้าตัวก็ไม่เคยพลาดโอกาสที่เข้ามาปรนนิบัติดูแลท่านประธานใหญ่ในโรงพยาบาลเกือบทุกวัน ไม่สน..ว่าตัวเองจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าสักเพียงใด ขอเพียงให้ได้ยินเสียงชายชรา...ได้พูด ได้อยู่ใกล้ชิดเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านี้ก็คุ้มค่ากับเม็ดเหงื่อที่ชโลมทั่วใบหน้า

รอยยิ้มของท่านประธานใหญ่ผู้เปรียบเสมือนพ่อบังเกิดเกล้าประดุจยาชูกำลังที่ทำให้ชอง ยุนโฮได้มีเรี่ยวแรงต่อไป และอย่าให้พูดเลยว่าอารมณ์ของท่านรองประธานหนุ่มหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลนั้นเป็นเช่นไร ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งถูกหลอมละลายเพียงแค่ได้ยินคุณหมอพูดถึงโรคหัวใจที่เริ่มอ่อนล้า 

 

อารมณ์ของชายหนุ่มทั้งสับสนและร้อนรน ท่านประธานผู้เปรียบเสมือนบิดาของเขา...อาการทรุดหนักเพราะหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ 

 

คุณค่ะ!!!เข้าไม่ได้นะเสียงพยาบาลสาวนางหนึ่งร้องห้ามทันทีที่เห็นร่างสูงของยุนโฮพรวดพราดเข้าไปในห้องฉุกเฉิน แต่อารมณ์ของคนใกล้บ้ามีหรือที่จะรับฟัง 

 

หลีกไป!!!!!!!” นอกจากชายหนุ่มจะไม่ฟังแล้ว ร่างสูงยังดื้อดึงที่จะเข้าไปข้างในนั้นเพื่อให้เห็นร่างของชายชราที่นอนอยู่บนเตียง บุรุษพยาบาลกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาขวางแต่คุณหมอที่ยืนอยู่กลับโบกมือห้าม พวกนั้นจึงหยุดชะงัก 

 

พวกคุณไปทำงานอย่างอื่นก่อน...เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการเองร่างสูงของชายหนุ่มอีกคนจัดการดึงถุงมือที่สวมอยู่แล้วค่อยๆก้าวเข้ามาทางด้านหลัง คุณหมอชิมวางฝ่ามือลงบนไหล่ของรุ่นพี่คนสนิทที่กำลังก้มมองใบหน้าซีดเซียวของผู้มีพระคุณอย่างสั่นเทา  

 

ดวงตาเรียวรีก้มมองริมฝีปากแห้งผากไร้สีเลือดพลางเอื้อมมือลูบไล้นิ้วมือของชายชราด้วยความรักก่อนที่น้ำเสียงทุ้มๆจะเอ่ยถามบุคคลผู้เป็นถึงคนรับผิดชอบงานนี้ 

 

เจ้ามิน...ทำไม!!ท่านประธานถึงเป็นแบบนี้ล่ะ ชอง ยุนโฮมักจะอ่อนแอเสมอเวลาที่เห็นชายสูงอายุท่านนี้ต้องเจ็บปวด ชางมินเข้าใจดีว่ารุ่นพี่ของเขารู้สึกเช่นไร เจ้าตัวถึงพยายามลากตัวสูงๆที่ยืนอ้วนเป็นหมีแล้วเข้าไปคุยในห้องทำงานตามลำพังเพื่อต้องการพูดคุยอะไรบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว 

 

กรณีของผู้ป่วยโรคหัวใจมักต้องการความเอาใจใส่...อันที่จริง พี่ก็ดูแลคุณลุงเป็นอย่างดีแหละ แต่...ผมว่าถ้าเป็นอย่างนี้คงเป็นเพราะเรื่องในใจบางอย่างและใครสักคนที่เขา....เคยสูญเสีย 

 

หมายความว่าอย่างไง...ที่นายกำลังพูดใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้ง  

 

เฮ้อออ!! ผมไม่รู้หรอกนะ...ว่าพี่รู้หรือเปล่า แต่จากประวัติผมรู้มาว่า...จริงๆแล้วคุณลุงเคยมีลูกชายคนหนึ่งแต่เขาก็ได้เสียไปนานแล้ว  

 

เรื่องนั้นฉันก็...!!” 

 

ฟังก่อนสิพี่.... ชายหนุ่มท่าทางเด็กกว่าพูดขัดขึ้นก่อนที่จะขยับแว่นตาที่สวมอยู่ แล้วเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะยื่นให้คนตรงหน้า 

 

ลูกชายของคุณลุงแต่งงานกับหญิงสาวจากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไร...และต่อมาลูกสะใภ้ของเขาก็ตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรสาว.... 

 

เดี๋ยว!!! นายกำลังจะบอกกับฉันว่า......ท่านประธานมีหลานยุนโฮไม่เคยรู้เลยสักนิดเดียวเพราะท่านประธานของเขาไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง และถ้าหากเป็นเรื่องจริง!! แล้วทำไมถึงไม่เคยมีใครพูดถึงมาก่อนเลยล่ะ 

 

ใช่!!!!!!...หลานสาวเพียงคนเดียวที่ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ได้อยู่ที่นี่...

ถึงตอนนี้แผ่นกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ถูกหยิบขึ้นมาดูและถูกส่งให้กับยุนโฮอีกครั้ง  

 

หมายความว่าอย่างไง?เจ้าตัวแปลกใจกับสถานที่ที่ได้เขียนเอาไว้

เอ๊ะ!!!” สถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญชายฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก เมืองอันเลื่องชื่อที่แสนโดดเด่นของประเทศอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ++นครลอสแองเจลิส++ 

 

แต่นั่นมันไกลเชียวล่ะถ้าเทียบจากที่นี่ เหตุผลอะไรที่ลูกสะใภ้ต้องหอบหิ้วลูกสาวตัวน้อยเพียง 5 ขวบย้ายไปอยู่สุดขั้วถึงอเมริกาหลังจากที่ลูกชายของท่านประธานใหญ่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน  

 

แปลกใจใช่ไหม? 17 ปีผ่านมาแต่ฝ่ายโน้นไม่เคยติดต่อกลับมาเลยสักครั้ง...ทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ 

 

ว่าไงนะ...17ปี เป็นไปได้อย่างไร?นั่นสิ!! เพราะอะไรกัน ยุนโฮไม่เข้าใจเลยทั้งๆที่ปู่กับหลานน่าจะได้อยู่ด้วยกัน ความสะดวกสบายอย่างชีวิตดุจเจ้าหญิงของหลานสาวท่านประธานใหญ่ ไม่ใช่สิ่งที่คุณนายคิมลูกสะใภ้ต้องการให้ลูกสาวของหล่อนมีชีวิตอยู่หรืออย่างไร 

 

และอีกอย่างนะ...ท่านประธานเคยละเมอเรียกชื่อของคนคนหนึ่งให้พยาบาลพิเศษได้ยิน และพี่ดูนี่สิ!!” คุณหมอชิมหยิบประวัติครอบครัวและใบสูติบัตรขึ้นมาดูก่อนที่ยุนโฮจะคว้าเอาไปอ่านและออกเสียงอ่านเสียเอง 

คิม โบแจ... ชื่อนี้ดูคุ้นหูอย่างประหลาดเชียวอย่างกับยุนโฮเคยได้ยินมาก่อนหน้า แต่ว่าเมื่อไหร่กันล่ะ?? อืม!!นั่นคือชื่อหลานสาวของคุณลุง ตอนนั้นมีอายุ 5 ขวบนี่ก็ผ่านมา 17 ปีแล้ว ตอนนี้เดาๆว่าคงจะกลายเป็นสาวน้อยแสนสวยประมาณ 22 ปี...น่าจะเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยอะไรสักอย่างแถวๆลอสแองเจลิส เรื่องนี้ผมสืบมาหมดแล้วคำอธิบายที่เรียกสายตาคมเข้มให้เงยขึ้นมองอย่างทึ่งจัด  

เหอ!!เพิ่งจะรู้ว่าคุณหมอคนเก่งหาอาชีพเสริมด้วยการเป็นนักสืบ โดยเฉพาะประวัติของสาวๆประโยคหลังออกแนวล้อเลียน ขณะที่คนถูกล้อเริ่มปั้นหน้าตูมเป็นเด็กๆ 

ไอ้พี่บ้า!! แบบนี้เขาเรียกจิตวิทยาอย่างหนึ่งทางการแพทย์ต่างหากล่ะ!!....” ชิม ชางมินขยับแว่นตาอีกครั้งพลางสอดมือไว้ในเสื้อกราวน์เพื่อมิให้หมัดเจ้ากรรมจะเสยไปโดนใบหน้าหล่อๆของไอ้หมีอ้วนที่ดีแต่แซว แก้มตูมๆขึ้นสีอย่างพลางก้มหน้างุดเพื่อหลบหลีกสายตาของคนมอง 

ชอง ยุนโฮขบขันที่หาเรื่องกวนประสาทเจ้ารุ่นน้องสุดซี้ที่นานๆครั้งจะใส่อารมณ์โกรธออกมาให้เห็น รอยยิ้มน่ารักเผยขึ้นน้อยๆที่มุมปากหลังจากที่ปั้นหน้าเครียดมานานจนชักเมื่อย  

แล้วไง!! แล้วไอ้การสืบประวัติของชาวบ้านนี่มันเรียกว่าเป็นจิตวิทยาตรงไหนวะ  ถ้าไม่ติดที่ว่าไม่อยากต่อเถียงให้ยืดยาว น้ำเสียงเด็กๆจึงเริ่มอธิบายอีกครั้งตามหลักวิชาการ แต่ก็ไม่วายใส่คำพูดเหน็บแนมลงไปยั่วอีกฝ่ายให้พอหอมปากหอมคอ 

แหม...พวกผู้บริหารที่วันๆเอาแต่โร่วิ่งเข้าห้องประชุมอย่างพี่จะไปเข้าใจอะไร....การสืบประวัติของคนไข้เพื่อต้องการรู้ข้อมูลในอดีต เผื่อกรณีที่คนไข้บางรายเกิดเหตุการณ์กระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ...และส่งผลมาถึงปัจจุบัน   

อย่างเคสของคุณลุง...ผมสันนิษฐานว่า ภาวะที่จิตใจอ่อนล้าสืบเนื่องด้วยการถูกทอดทิ้ง หรือบางทีเป็นเพราะจิตใจใฝ่หาถึงใครอีกคนซึ่งไม่เคยเห็นหน้ามานาน คล้ายๆกับอาการอกหัก 

เอาแบบสรุปสั้นๆได้ไหม? ฉัน...ชักเริ่มงงแล้วคนฟังออกอาการมึนหนักหลังจากที่ต้องรับฟังทฤษฎีตัวอย่างของนักศึกษาแพทย์เกียรตินิยมอันดับ 1 ของมหาลัยโซลชื่อดัง อันที่จริงแล้วชอง ยุนโฮคนนี้เป็นคนที่ฉลาดเฉลียว แต่ในสถานการณ์ภาวะที่จิตใจไม่เป็นสุขต่อให้พยายามคิดแค่ไหนแต่ก็ไม่เป็นผลใดๆ 

ก็ได้!!!..... ชางมินเริ่มปลงตกกับไอ้ท่าทางตัดบทของไอ้พี่บ้าที่เริ่มหมุนปากกาในมือเล่นเพื่อระงับความว้าวุ่นภายในใจ เห็นอยู่ออกบ่อยเวลาที่เห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งคิด 

ผมบอกสั้นๆเลย...นี่คือที่อยู่ของคุณหนูโบแจในลอสแองเจอลิส  ....สั้นพอไหม?....  และแน่นอนว่ามันกำลังทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้ายิ่งกดคิ้วหนักมากยิ่งขึ้น 

ขอคำอธิบาย...นี่นายกำลังหมายถึงอะไรน่ะ!!” เขาพอจะเข้าใจว่าชางมินต้องการเพื่อจะบอกให้เขารู้ว่าคิม โบแจมีความสำคัญต่อท่านประธานใหญ่มากแค่ไหน แน่สิ!!เพราะเธอคือหลานสาวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ แต่ไอ้กระดาษจดที่อยู่พร้อมเบอร์โทรศัพท์สำหรับการติดต่อนี่สิ...อย่าบอกนะว่า?? 

ใช่!!คนฉลาดอย่างพี่เข้าใจถูกแล้ว คิม โบแจต้องถูกตามตัวกลับมาที่เกาหลีเดี๋ยวนี้!!”  

บ้าน่า!! ไอ้มินมันไม่ตลกนะ ร่างสูงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินหนีไปอีกทาง ล้อเล่นแน่ๆที่จะให้เขาทิ้งงานในโรงแรมและท่านประธานที่กำลังนอนป่วยเพื่อบินไปตามหาใครสักคนซึ่งไม่เคยเห็นหน้า 

ก็แล้วแต่....พี่ ไหนว่าทำได้ทุกอย่างเพื่อคุณลุงไง ไอ้คำพูดนั้นน่ะ...ใช่!! ยุนโฮเคยสาบานไว้กับตัวเอง ว่าไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ยุนโฮจะทำได้ทุกอย่างเพื่อผู้มีพระคุณ แต่ว่า.... 

นี่คือวิธีการรักษาเพียงทางเดียวที่จะบรรเทาความอ่อนแอภายใต้หัวใจที่อ่อนล้า...คุณลุงว้าเหว่มานานที่ต้องสูญเสียบุตรชาย และไหนจะหลานสาวที่หนีไปไกลอีก 

พี่ยุนโฮ...ถ้าหากพี่สามารถพาเธอคนนั้นกลับมาได้ ก็เท่ากับเป็นการทดแทนพระคุณที่ท่านชุบเลี้ยงพี่มา ผมเข้าใจ...พี่ก็ประเภทเข้าใกล้ผู้หญิงแล้วชอบหงุดหงิด แต่ก็นะ...หาวิธีอะไรก็ได้ ไปพาเธอคนนั้นกลับมาหาท่านประธาน ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสายเกินไป  น้ำเสียงเรียบๆหากกลับทำให้คนฟังถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ

หากนี่คือทางออกสุดท้ายของการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจที่ยากจะเยียวยา หากเป็นวิธีการที่ทำให้ท่านประธานของเขามีความสุขก่อนที่ช่วงเวลาสุดท้ายจะมาถึง แล้วเขาจะกล้าปฏิเสธได้อย่างไรล่ะ!! 

ฉันไม่รู้จะทำอย่างไง...คนที่ไม่เคยติดต่อกลับมาเป็นเวลา 17 ปีแล้วอยู่ๆใครที่ไหนก็ไม่รู้ไปขอร้องให้กลับมา แล้วเขาจะยอมหรอ???ยุนโฮเอ่ยถามอีกครั้งก่อนที่ตัวเขาจะกลับไปหาบุคคลที่รักษาตัวอยู่ในห้องฉุกเฉิน คุณหมอคนเก่งเดินมาตบไหล่ของรุ่นพี่เพื่อให้กำลังใจ ใบหน้ากลมมนส่งยิ้มน้อยๆและบอกเป็นนัย

นั่นก็แล้วแต่พี่...ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ทำ ไม่เคยผิดพลาด พี่ยุนโฮ...ผมเชื่อมั่นว่าพี่จะต้องทำสำเร็จครับ ยุนโฮเพียงแค่พยักหน้าจากนั้นก็เดินออกมาจากห้อง ร่างสูงมุ่งตัดไปบนระเบียงแทนที่จะเข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ งานที่เขาต้องทำและต้องทำให้สำเร็จ!!! 

จุนซู...ช่วยยกเลิกนัดทั้งหมดของวันนี้แล้วจองตั๋วเครื่องบินไปลอสแองเจสิสให้ฉันด้วยไม่ต้องบอกก็รู้หากไม่ใช่ธุระด่วนสำคัญจริงๆที่ท่านรองประธานต้องรีบไปทำ จุนซูจึงไม่ถามอะไรมากเพียงแค่ทำตามคำสั่งและดำเนินการอย่างเร่งด่วน 

ทันทีที่ยานพาหนะคันหรูแล่นออกไปจากโรงพยาบาล ร่างสูงจึงเอนตัวพิงไปบนเบาะที่นั่ง ใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชาพักผ่อนด้วยการหลับตาขณะที่ครุ่นคิดเรื่องบางอย่างในใจอย

ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมเธอถึงต้องหนีไปอยู่อเมริกา ถ้าหากนี่คือหนทางสุดท้ายที่ฉันพอจะทำได้เพื่อท่านประธาน ฉันก็จะทำ 

...ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะตามหาเธอให้พบและพาเธอกลับมาให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม...ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อพาเธอกลับมาพร้อมกับฉันที่เกาหลี!! เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก...  /////คิม โบแจ/////